แบตเตอรี่สำหรับเครื่องเสียงรถยนต์หรือแบตเตอรี่เสริม

0
755
เครื่องเสียงรถยนต์ แบตเตอรี่สำหรับเครื่องเสียงรถยนต์

แบตเตอรี่สำหรับเครื่องเสียงรถยนต์ หรือแบตเตอรี่เสริม


แบตเตอรี่สำหรับเครื่องเสียงรถยนต์ หรือการเพิ่มแบตเตอรี่ตัวที่สองอาจดีสำหรับการจอดรถและเล่นเพลงของคุณ และรถบรรทุกบางคันก็มีที่สำหรับแบตเตอรี่เสริม แต่มันคงไม่ช่วยอะไรในระหว่างที่เครื่องยนต์กำลังทำงานอยู่อย่างแน่นอน

คำถาม: ฉันจำเป็นต้องมีแบตเตอรี่เสริมสำหรับระบบเครื่องเสียงรถยนต์ที่ดีเยี่ยมหรือไม่?

ฉันได้อัพเกรดเครื่องเล่นวิทยุและลำโพงต่างๆแล้ว และยังเพิ่มเครื่องขยายเสียงและซับวูฟเฟอร์ ซึ่งมันให้ผลลัพธ์เสียงที่ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ฉันจำเป็นต้องเพิ่มแบตเตอรี่เสริมเพื่ออุปกรณ์เสริมเหล่านั้นหรือไม่?

คำตอบ:

มันไม่ช่วยอะไรนอกจากเสียว่าคุณชอบฟังเพลงในขณะที่จอดรถบ่อยๆ แถมอาจจะมีผลเสียด้วย มันอาจจะฟังดูไร้สาระ แต่ว่ามันมีเหตุผลที่สามารถชี้แจงได้

โดยพื้นฐานแล้ว แบตเตอรี่ที่อยู่ในรถของคุณนั้นมีเพื่อจุดประสงค์เดียวคือ จ่ายไฟให้เพียงพอสำหรับติดเครื่องยนต์ หลังจากเครื่องยนต์ทำงานและตัวปั่นไฟกำลังหมุน แบตเตอรี่จะทำงานตามปริมาณที่ต้องการใช้ หากคุณเพิ่มแบตเตอรี่เสริมเข้าไป มันก็จะทำงานเป็นเพียงอุปกรณ์ที่สองเมื่อเครื่องยนต์กำลังวิ่ง เนื่องจากตัวปั่นไฟจะต้องกระตุ้นให้มีการทำงานของแบตเตอรี่ทั้งคู่


เมื่อแบตเตอรี่แค่ตัวเดียวนั้นไม่เพียงพอ

แบตเตอรี่เสริม แบตเตอรี่สำหรับเครื่องเสียงรถยนต์
แบตเตอรี่เพียงตัวเดียวก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าได้เป็นสองคงจะดีกว่าใช่ไหมล่ะ? มันก็มีบางสถานการณ์ที่อาจจะเป็นแบบนั้น เมื่อเครื่องยนต์ไม่ได้ทำงาน และอุปกรณ์เสริมทุกตัวที่คุณใช้มันในตอนนั้นจะดึงไฟโดยตรงจากแบตเตอรี่ นั่นเป็นเหตุผลว่าคุณอาจจะกลับมาเจอกับแบตเตอรี่ที่หมดสนิทหลังจากลืมเปิดไฟหน้าไว้ข้ามคืน หากคุณเพิ่มแบตเตอรี่ที่ใหญ่กว่าเดิมหรือเพิ่มแบตเตอรี่ที่สองเข้าไป คุณก็เพียงอาจจะมีไฟสำรองที่มากมายเพิ่มเข้ามานั่นเอง

เหตุผลหลักที่จะเพิ่มแบตเตอรี่ตัวที่สองให้รถของคุณคือเมื่อคุณต้องการใช้อุปกรณ์เสริมในรถต่างๆขณะที่ไม่ได้ใช้งานเครื่องยนต์

เมื่อคุณไปออกแคมป์ค้างแรม คุณอาจจะไปสักสัปดาห์หนึ่งหรือมากกว่านั้น แม้ว่าคุณจะจอดรถทิ้งไว้และเครื่องยนต์จะไม่ได้ถูกใช้งาน แต่แบตเตอรี่ก็อาจจะหมดได้ในเวลาที่ข้างรวดเร็ว หากคุณใส่แบตเตอรี่เพิ่มอีกอันหนึ่ง คุณก็จะสามารถอยู่แคมป์ได้นานขึ้นในกรณีที่ไม่ได้ใช้รถนั่นเอง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบจอดรถและเปิดเพลงฟังเพลินๆเป็นเวลาหลายชั่วโมง แบตเตอรี่ตัวที่สองจะสามารถช่วยคุณได้อย่างดี แต่ในกรณีอื่นๆ มันอาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์กับคุณมากนัก


การฟังเพลงขณะดับเครื่องยนต์

ฟังเพลงขณะดับเครื่อง แบตเตอรี่สำหรับเครื่องเสียงรถยนต์
ไม่ว่าคุณจะอยากโชว์ประสิทธิภาพของเครื่องเสียงรถของคุณว่าดีแค่ไหน หรือแค่อยากฟังเพลงในขณะดับเครื่องยนต์ หรือจะไปออกแคมป์และจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ใช้ไฟต่างๆ แต่แบตเตอรี่ของคุณมีความจุที่จำกัดซึ่งจริงๆแล้วแบตเตอรี่รถของคุณอาจสามารถเล่นเพลงได้แค่ประมาณหนึ่งชั่วโมงในขณะดับเครื่องเท่านั้น

หากคุณอยากจะคำนวณว่าคุณจะสามารถเปิดเครื่องเสียงได้นานแค่ไหนขณะที่จอดรถ หรือความจุสำรองของแบตเตอรี่ตัวที่สองควรเป็นเท่าไหร่ สูตรการคำนวณต่อไปนี้ค่อนข้างง่าย

10 x RC / Load = เวลาเดินเครื่อง

ในสูตรนี้ RC แทนความจุสำรองซึ่งเป็นตัวเลข หน่วยเป็นแอมป์ต่อชั่วโมงซึ่งจะบ่งบอกว่ากระแสไฟเท่าไหร่ที่สามารถจ่ายได้หากชาร์จเต็ม ส่วนโหลดนั้นหมายถึงแรงไฟฟ้าที่สามารถคงไว้ ซึ่งมีหน่วยวัดเป็นวัตต์ที่ถูกใช้โดยระบบเสียงรถยนต์หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ

หากสมมุติว่าระบบเสียงรถของคุณใช้ 300 วัตต์และแบตเตอรี่ของคุณมีปริมาณความจุที่ 70 มันจะคำนวณออกมาได้ดังนี้

10 x 70 / 300 = 2.33 ชั่วโมง

หากระบบเครื่องเสียงรถของคุณมีเครื่องขยายเสียงและใช้กำลังไฟสูง จำนวนเวลาที่คุณจะสามารถฟังวิทยุขณะดับเครื่องก็จะสั้นลง แต่หากเพิ่มแบตเตอรี่เข้าไป เวลาที่คุณสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านั้นได้ก็จะเพิ่มขึ้นนั่นเอง

ในหลายๆกรณี แบตเตอรี่จะแสดงผลปริมาณความจุในรูปแบบของนาทีมากกว่าแอมป์ต่อชั่วโมง หากแบตเตอรี่ของคุณแสดงว่ามันเหลืออีก 70นาที มันอาจหมายถึงจะใช้เวลา70นาทีสำหรับการจ่ายกระแสไฟ 25แอมป์ที่ต่ำกว่า 10.5 โวลต์ กว่าแบตจะหมด ในความเป็นจริงแล้ว จำนวนหรือปริมาณจะแตกต่างไปตามอุณหภูมิโดยรอบและสภาพของแบตเตอรี่


แบตเตอรี่เครื่องเสียงรถยนต์ : ภาระโหลดแบบไหน

ตัวปั่นไฟรถยนต์ แบตเตอรี่สำหรับเครื่องเสียงรถยนต์
เหตุผลในการเสริมแบตเตอรี่เพิ่มเข้าไปอีกอันหนึ่งอาจตามมาด้วยปัญหาคือมันจะทำงานเป็นโหลดเสริมเมื่อใดก็ตามที่เครื่องยนต์วิ่ง โหลดไฟฟ้าคืออะไรก็ตามที่ดึงกระแสไฟฟ้าในขณะนั้น อุปกรณ์ต่างๆของคุณ ตั้งแต่ไฟหน้าไปจนถึงเครื่องเล่นเสียงก็คือโหลด เมื่อแบตเตอรี่จ่ายกระแสไฟไปยังมอเตอร์สตาร์ทเพื่อในเครื่องยนต์ทำงานต่อไป มันจะดึงกระแสไฟจากตัวปั่นไฟในภายหลัง นี่จึงเป็นสาเหตุว่าคุณจะไม่สามารถขับรถได้หากแบตเตอรี่หมด เพราะตัวปั่นไฟไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการทำงานหนักในระดับนั้น

เมื่อคุณเพิ่มแบตเตอรี่อันที่สองให้รถของคุณ ก็เหมือนเป็นเพิ่มภาระให้ตัวปั่นไฟอีกอันหนึ่ง เมื่อแบตเตอรี่ตัวที่สองจ่ายไฟออกมาในระดับใดก็ตาม คุณอาจกำลังทำให้ตัวปั่นไฟทำงานมากเกินไป ดังนั้นหากคุณกำลังพยายามจะจัดการกับปัญหาอย่างเช่นไฟหน้าที่หรี่ลงระหว่างที่คุณเปิดเพลงละก็ การใส่แบตเตอรี่เสริมเข้าไปนั้นอาจจะทำให้ปัญหาแย่ลงได้

 

LEAVE A REPLY