ทำไม แบตเตอรี่หมดไว ตอนอากาศหนาวและตอนอากาศร้อนจริงหรือ?

0
1413
แบตเตอรี่หมดไว ตอนอากาศหนาว

ทำไม แบตเตอรี่หมดไว ตอนอากาศหนาว?


ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีปริมาณรถยนต์เป็นอันดับต้นๆของอาเซียน เพราะมีผู้ใช้รถเป็นประจำอยู่ตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่ หรือผู้ที่ขับรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ขับรถเป็นประจำคงจะเคยเจอปัญหาที่ว่า แบตเตอรี่หมดไว โดยเฉพาะตอนอากาศหนาว ทำให้เป็นปัญหาต่อการขับขี่ และเป็นปัญหาต่อเงินในกระเป๋าอย่างมาก และยิ่งบางคนที่ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับรถยนต์แล้วละก็ ยิ่งทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย วันนี้เราจึงจะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “แบตเตอรี่” และ “อากาศหนาว” ว่ามันเกี่ยวข้องกันยังไง ไปดูกันเลย


“แบตเตอรี่” และ “อากาศหนาว”

แบตเตอรี่หมดตอนอากาศหนาว แบตเตอรี่หมดไว
แบตเตอรี่และอากาศหนาวเกี่ยวข้องกันยังไง ซึ่งอันที่จริงแล้วการที่แบตเตอรี่หมดไวในฤดูหนาวเป็นเรื่องที่ปกติ แต่บางข้อมูลก็บอกว่าอากาศที่ร้อนทำให้แบตเตอรี่หมดไวกว่าอากาศหนาวซะอีก

อันที่จริงแล้วทั้งอากาศร้อนและอากาศหนาวสามารถสร้างความเสียหายต่อ “ตะกั่ว” และ “กรด” ในแบตเตอรี่ ได้เหมือนกัน  ซึ่งสามารถส่งผลให้อายุของแบตเตอรี่และการทำงานรวมทั้งประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลงได้พอๆกัน ทางที่ดีควรตรวจเช็คสภาพของแบตเตอรี่ทุกสภาพอากาศเพื่อประสิทธิภาพและอายุการงานที่นานขึ้นของแบตเตอรี่

จากข้อมูลทางเทคโนโลยี ได้แสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ที่มีส่วนผสมของ ตะกั่วและกรด ได้ถูกออกแบบมาให้ทนการทำงานได้กับทุกสภาพอากาศ และสามารถทนกับอุณหภูมิต่ำและสูงได้พอสมควร แต่การทำงานของมันก็ลดลงได้เหมือนกันถ้าอากาศรอบตัวมันร้อนมาก หรือหนาวมาก โดยจากข้อมูลที่แสดงในอุตสาหกรรมการผลิต ได้แสดงให้เห็นว่าอากาศที่หนาวมาก สามารถทำให้ความจุของแบตเตอรี่ตะกั่วลดลงได้ถึง ร้อยละ 20

งั้นแสดงว่าในเมื่ออากาศหนาวทำให้ความจุแบตเตอรี่ลดลงแล้ว อากาศร้อนก็ต้องทำให้แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นสิ ถูกต้องครับ เพราะอากาศที่ร้อนสามารถทำให้ความจุของแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด เพิ่มขึ้นได้ถึงร้อยละ 12 ซึ่งเป็นผลดีต่อ แบตเตอรี่แต่ก็มีผลเสียตามมาคือทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่สั้นลง

สาเหตุที่แบตเตอรี่รถยนต์หมดไว ตอนอากาศหนาว

แบตเตอรี่หมดไว
สาเหตุที่แบตเตอรี่หมดไวในเวลาอากาศหนาว มีมากมายหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆที่ส่งผลต่อการทำงานของแบตเตอรี่มีอยู่ 3 สาเหตุ ซึ่งทั้งหมดก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ชวนปวดหัวได้เหมือนกัน ดังนั้นอย่ารอช้า มาดูกัน

  1. ความจุที่น้อยลง สาเหตุแรกที่เจอเลยก็คือความจุที่น้อยลงจากอากาศที่หนาวเย็น โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบตเตอรี่เก่าและแบตเตอรี่ใหม่ เพราะความจุที่ลดลงจากสภาพอากาศไม่ได้เกี่ยวกับอายุการใช้งาน ทำให้ความจุเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แบตเตอรี่หมดไวมากขึ้น
  2. การดึงไฟจากมอเตอร์สตาร์ท จากสาเหตุแรกคือความจุที่น้อยลง ก็ตามมาด้วยการดึงไฟที่เป็นปัญหาใหญ่เช่นกัน เพราะความจุที่น้อยลงทำให้การดึงไฟของการสตาร์ทไปดึงการทำงานของแบตเตอรี่มากขึ้น เพราะการสตาร์ทแต่ละครั้งต้องใช้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จำนวนมหาศาล
  3. การดึงไฟจากอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์เสริมที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้การใช้ไฟจากแบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้น เพิ่มอุปกรณ์เสริมจะต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่เป็นหลักและยิ่งในอากาศหนาวที่ทำให้ความจุลดลงแล้ว อุปกรณ์เสริมก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ไฟในแบตเตอรี่หายไปไวมากๆ

แบตเตอรี่ที่ใช้ผ่านการใช้งานมาแล้วก็ยิ่งทำให้ปัญหาเพิ่มทวีคูณมากขึ้นไปอีก ยิ่งอากาศหนาวก็ยิ่งทำให้ความจุของแบตเตอรี่ลดลง เป็นเหตุให้มอเตอร์สตาร์ทไม่ติด ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการดูค่า CCA หรือค่าแอมแปร์ที่จ่ายได้ในอากาศหนาวเย็น ซึ่งถ้าค่า CCA สูงจะทำให้แบตเตอรี่นั้นสามารถทนอยู่กับสภาพอากาศเย็นได้ดีกว่าแบตเตอรี่ที่ CCA ต่ำ

การสตาร์ทเครื่องยนต์ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น จะเป็นการดึงจำนวนกระแสไฟที่มากเกินกว่าปกติ เนื่องจากน้ำมันเครื่องในมอเตอร์เหนียวขึ้นในอากาศหนาวเย็น ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ยากขึ้น จึงทำให้ต้องใช้กระแสไฟมากขึ้น ทางที่ดีควรใช้น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดที่สามารถรองรับสภาพอากาศทั้งร้อนและหนาวเย็นได้ เพื่อการทำงานของเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น จะได้ไม่ต้องไปดึงไฟที่มากเกินไปจากแบตเตอรี่


สาเหตุที่แบตเตอรี่รถยนต์หมดไว ตอนอากาศร้อน

แบตเตอรี่หมดตอนอากาศร้อน แบตเตอรี่หมดไว
ถือว่าแถมละกัน สำหรับแบตเตอรี่ที่หมดไวในอากาศร้อน โดยอากาศร้อนจำส่งผลเสียให้แบตเตอรี่ได้เหมือนอากาศเย็น โดยอากาศร้อนละเน้นไปทำลายอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ซึ่งก็เป็นปัญหาเหมือนกันสำหรับผู้ที่ใช้รถเป็นประจำ

จากข้อมูลสถิติ ได้แสดงไว้ว่า สาเหตุที่แบตเตอรี่หมดไวในอากาศที่ร้อนมาจาก ความร้อนและประจุที่เพิ่มขึ้นเกินขนาด เนื่องจากสารละลายอิเล็กโทรไลต์ในแบตเตอรี่ ถ้ามันได้รับความร้อนที่มากเกิน จะทำให้สารละลายเกิดการระเหย ซึ่งถ้าไม่ได้รับการเติม จะสร้างความเสียหายให้แบตเตอรี่ได้ อาจถ้าขั้นต้องทิ้งไปเลย ส่วนประจุไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นเกินขนาด ทำให้แบตเตอรี่มีขนาดประจุเพิ่มขึ้นเกิดความจุ ทำให้ไปกัดกร่อนและอายุของแบตเตอรี่จึงลดลง อาจถึงขั้นที่ระเบิดได้เลย


การดูแลรักษาให้ใช้ได้ทั้ง 2 สภาพอากาศ

สำหรับอากาศหนาว การดูแลรักษาแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดคือ การรักษาประจุในแบตเตอรี่ อาจจะด้วยการชาร์จ เพราะอากาศหนาวจะทำให้ประจุในแบตเตอรี่ลดลง ซึ่งประจุที่มีอยู่เต็มในแบตเตอรี่จะสามารถทำงานได้นานกว่าแบตเตอรี่ที่ประจุน้อย อีกทางหนึ่งควรหาจุดที่เป็นสนิมเพื่อที่จะแก้ไขป้องกันได้ดีขึ้น

สำหรับอากาศร้อน การดูแลรักษาแบตเตอรี่ที่ดีที่สุด คือ คอยเช็คและคอยดูแบตเตอรี่ไม่ให้สารละลายอิเล็กโทรไลท์หมดไว เนื่องจากอากาศร้อนจะทำให้สารละลายระเหยออกไป ดังนั้นจึงควรหมั่นเช็ดและคอยเติมเพื่อป้องกันการระเบิดของแบตเตอรี่

ทั้งหมดทั้งมวลที่เป็นปัญหาให้ปวดหัว สามารถแก้ไขได้ง่ายๆโดยการหมั่นตรวจเช็คเป็นประจำ เพื่อที่จะหาทางแก้ไขป้องกันได้เร็วขึ้น ไม่ต้องมาแก้ไขปัญหาเมื่อตอนที่เกิดปัญหาใหญ่ ทั้งนี้อากาศหนาวและอากาศร้อนก็ไม่ได้เป็นปัญหาเดียวที่ส่งผลต่อการเสื่อมของแบตเตอรี่ จึงเห็นได้ว่าปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์เป็นปัญหาที่ละเอียดซับซ้อน แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากที่จะคอยหมั่นตรวจเช็คมัน

LEAVE A REPLY