วิธีเลือกซื้อกล้องติดรถอย่างฉลาด

0
1333
วิธีเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์

วิธีเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ อย่างฉลาด


ในยุคสมัยที่คนใช้รถใช้ถนนบางประเภทสามารถกลับผิดให้เป็นถูกได้ บางครั้งก็ต้องใช้หลักฐานภาพถ่ายมัดตัวจึงจะยอมจำนน ผิดถูกว่ากันตามภาพ นั่นหมายถึงยามเกิดอุบัติเหตุ มีคู่กรณี ดังนั้น กล้องติดรถจึงกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญอีกชนิดหนึ่งที่รถยนต์ในยุคนี้จะขาดเสียไม่ได้ เพื่อเซฟตัวเอง รวมถึงเป็นพยานสำคัญในเหตุการณ์เฉพาะหน้า จะได้เป็นหลักฐานช่วยเหลือเพื่อนผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนได้

เมื่อเป็นสิ่งสำคัญและเริ่มมีความจำเป็นมากขึ้น ผู้ผลิตก็ผลิตออกมาขายแข่งกันมากขึ้น การจะเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์จึงต้องเลือกเฟ้นอย่างดี จะได้ใช้ได้คุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายไป ซึ่งต้องเป็นกล้องติดรถที่มีคุณภาพและมีคุณสมบัติครอบคลุมเพียงพอที่จะไม่พลาดในการบันทึกภาพเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นตรงหน้า

เมื่อต้องเลือก จึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับกล้อง จะได้ทราบว่าควรเลือกอย่างไร


ความละเอียดในการบันทึกภาพวีดีโอของ กล้องติดรถยนต์

วิธีเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์
กล้องติดรถก็มีมาตรฐานที่ผู้ใช้ทุกคนต้องการก็คือ เมื่อถ่ายภาพก็ต้องการความคมชัดของภาพ แม้ว่ากล้องติดรถจะมีวัตถุประสงค์หลักในการใช้งานต่างจากกล้องชนิดอื่นอยู่บ้างก็จริง แต่ความละเอียดในการบันทึกภาพวีดิโอ ก็เป็นเรื่องแรกๆ ที่ต้องคำนึงถึง เนื่องจากความละเอียดของกล้องมีผลต่อความคมชัดของภาพ

โดยทั่วไป มาตรฐานของกล้องติดรถ จะใช้แบบ Full HD(1080p) หรือ HD Ready (720p) เนื่องจากความละเอียดระดับนี้ เมื่อถูกนำมาใช้งานจริง จะได้ภาพที่มีคุณภาพสามารถเป็นหลักฐานสำคัญในเวลาที่ต้องการใช้ได้ดี

เวลาซื้อกล้องให้ได้ Full HD แท้ๆ ได้มาตรฐานนั้น จำเป็นต้องรู้จักและเช็กสเปกของเลนส์และชิปประมวลผล จะได้ไม่โดนหลอก เอาระบบที่คุณภาพต่ำกว่ามาบอกว่าเป็นระบบ Full HD  ในเบื้องต้นนั้น ในแบรนด์มาตรฐานของกล้องติดรถจะแจ้งรายละเอียดเหล่านี้อยู่แล้ว


อัตราเฟรมภาพต่อวินาที
กล้องติดรถยนต์บันทึกความเคลื่อนไหวโดยเฉพาะขณะขับ จึงควรมีค่า FPS (Frame Per Second) ที่มีความละเอียดเพื่อได้ภาพเคลื่อนไหวที่สมจริงมากที่สุด FPS ที่กำลังดีควรอยู่ในช่วง 25-30 เฟรมต่อวินาที เพราะกล้องที่มี FPS น้อยเกินไป เวลาบันทึกแล้วจะเห็นภาพที่กระตุก ไม่ต่อเนื่อง แต่ต้องทราบอย่างหนึ่งว่ากล้องที่มีFPS มากจะใช้พื้นที่เก็บเมมโมรี่การ์ดมากกว่าทั่วไป


สามารถถ่ายกลางคืนหรือถ่ายภาพในช่วงที่แสงน้อยได้ดี        

กล้องติดรถที่ดีต้องมีความไวแสงสูง บันทึกภาพได้ชัดทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เพราะเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เราไม่อาจคาดหมายได้และต้องการหลักฐานภาพเคลื่อนไหวนั้น เราไม่รู้ว่าจะเกิดกลางวันหรือกลางคืน กล้องติดรถยนต์ที่ควรใช้จึงควรมีฟังก์ชั่น WDR (Wide Dynamic Rang) บันทึกภาพกลางคืนแสงน้อยให้สว่างขึ้น และลดแสงสะท้อนบนท้องถนนได้ดี


รูรับแสง หรือ Lens Aperture 


ศัพท์เทคนิคกล่าวถึงค่า F/Stop เพื่อระบุคุณสมบัติของ Lens Aperture ซึ่งเป็นสเปกของกล้อง ถ้า สเปกกล้องแสดงค่า F น้อย หมายถึง รูรับแสงกว้าง ทำให้แสงเข้าได้มาก มีผลให้ช่วงระยะชัดของภาพน้อย (ชัดตื้น) ในทางกลับกัน กล้องที่มีค่า F มาก รูรับแสงจะแคบ ทำให้แสงเข้าได้น้อย ช่วงระยะชัดของภาพจึงลึกกว่า เวลาเลือกกล้องติดรถ ควรเลือกที่มีค่า F มาก


มุมมองกล้องเสมือนจริง

วิธีเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์กล้องติดรถยนต์นั้นเป็นกล้องที่ติดเฉพาะจุด อยู่กับที่ กล้องที่ดีที่ควรมีจำเป็นต้องมีมุมมองกล้องที่กว้าง เพื่อให้ได้ภาพเคลื่อนไหวที่ไม่เพี้ยนจากความเป็นจริง


ระบบ G-senser เก็บภาพฉุกเฉิน ได้ทันท่วงที

ระบบ G-senser เป็นการบันทึกภาพตามแรงกระแทกหรือแรงสั่นสะเทือน เพราะขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น อุบัติเหตุ ถือเป็นช่วงเวลาที่เราต้องการภาพชัด ละเอียดและเก็บบันทึกแยกไว้เป็นพิเศษ กล้องที่ต้องการจึงควรมีระบบ G-senser ที่ทำหน้าที่ตรวจจับภาวะที่กะทันหันได้อย่างดี เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นระบบนี้จะทำการล็อกไฟล์วีดีโอที่บันทึกไว้ไปแยกเก็บไฟล์พิเศษ แยกจากไฟล์ปกติโดยอัตโนมัติ

หมายเหตุ มีฟังก์ชั่นคล้ายๆ กับระบบ G-senser ก็คือ Emergency Button  แต่ระบบหลังนี้ต้องใช้มือกดปุ่มเอา ซึ่งบางทีอาจไม่ทันการณ์ในกรณีฉุกเฉิน


Motion Detection Recording
เป็นระบบบันทึกภาพวิดีโอแบบที่ตรวจจับความเคลื่อนไหว เพราะบางครั้งอุบัติเหตุก็อาจเกิดขึ้นได้แม้ขณะที่รถจอดอยู่ ระบบนี้ช่วยให้สามารถเปิดกล้องทิ้งไว้โดยที่กล้องจะไม่บันทึกภาพกรณีปกติ แต่เมื่อใดที่มีความเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้อง กล้องจึงจะทำการบันทึกภาพไว้ ซึ่งนับว่าเพิ่มความปลอดภัยให้แก่เจ้าของรถได้ดี แต่มีข้อต้องระวังในการใช้ เพราะกล้องที่เปิดให้ทำงานระบบนี้ต้องมีไฟเลี้ยงตลอดเวลา จะเป็น Power Bank หรืออุปกรณ์จ่ายไฟแบบอื่นก็ได้


ระบบจ่ายไฟกล้องติดรถยนต์
ระบบจ่ายไฟของกล้องติดรถยนต์ โดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 ระบบ คือ

  1. จ่ายไฟผ่านแบตเตอรี่ ระบบนี้เป็นการจ่ายไฟที่เป็นหลักทำให้กล้องทำงานได้ปกติ แต่อาจมีปัญหา กรณีที่แบตเสื่อม แบตบวม หรือกรณีที่แบตเตอรี่ร้อนมากเพราะอยู่กลางแดดจ้าแรง ก็มีผลทำให้กล้องรวนได้เหมือนกัน
  2. จ่ายไฟต่อจากคาปาซิเตอร์ (ที่จุดบุหรี่ในรถ) ประเภทนี้จะทำงานเสมือนแบตเตอรี่สำรองเท่านั้น การปล่อยไฟจะช้า แต่มีข้อดีตรงที่ช่วยให้การบันทึกภาพวิดีโอเสร็จสมบูรณ์เมื่อดับเครื่องยนต์โดยไฟล์ไม่เสียหาย แต่มีข้อเสียนิดหน่อยตรงที่ไม่สามารถจ่ายไฟให้กล้องทำงานได้ปกติเหมือนแบตเตอรี่

ข้อสังเกต กล้องคุณภาพดี ราคาสูงจะใช้คาปาซิเตอร์ เพื่อตัดปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับความเสื่อมหรือคุณภาพลดลงของแบตเตอรี่


เลือกสินค้าที่มีการรับประกันที่ดี
เพราะความจำเป็นที่รถยนต์ในปัจจุบันต้องมีกล้องติด ทำให้สินค้าในท้องตลาดมีคุณภาพและราคาหลากหลาย การเลือกซื้อจึงควรเลือกให้ดี เลือกสินค้ามีแบรนด์ได้มาตรฐาน และเชื่อถือได้ เพราะสินค้าเหล่านี้มีการรับประกันคุณภาพ การเคลมประกัน ซ่อม ที่ดี และปลอดภัยว่าคุ้มค่าราคา ไม่ถูกหลอก ให้ซื้อของไร้คุณภาพ 


ศึกษาคุณภาพการใช้งานจากผู้ใช้งานจริง
ปัจจุบันสินค้ายอดนิยมทั้งหลายมักมีการรีวิวสินค้าจากผู้ใช้ แต่ก็ต้องดูให้รอบคอบว่าเป็นความเห็นจากผู้ใช้จริง ไม่ใช่แนวทางการโฆษณาของบริษัท ทั้งนี้หากสามารถสอบถามจากคนรู้จักที่ใช้จริงจะดีที่สุด แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ก็ต้องดูหลายๆ รีวิวสินค้า


ปัญหาเรื่องกล้องติดรถยนต์ที่ควรรู้

  1. เมมโมรีการ์ดต้องมีความเร็วพอกับขนาดความจุของกล้อง เช่น เลือกกล้องที่บันทึกไฟล์วิดีโอ Fuull HD ก็ต้องใช้ เมโมรีการ์ด class 10 จึงจะมีความเร็วเหมาะสมกัน
  2. ข้อระวังในการใช้ก็คือ อย่าลืมเปิดฟังก์ชั่นบันทึกวนซ้ำ ไม่เช่นนั้นจะเกิดกรณีบันทึกไม่ได้ในเวลาที่เกิดเหตุฉุกเฉินที่เราต้องการภาพขณะนั้น
  3. กรณีที่เป็นระบบจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ ก็ต้องคอยตรวจตราแบตเตอรี่ให้ดี อยู่ในคุณภาพที่ใช้งานได้ ไม่ปล่อยให้แบตเสื่อม หรือบวม เพราะจะมีปัญหาถึงกล้อง ชาร์จไฟไม่เข้า ก็จบ

ข้อสำคัญ เมื่อชาร์จไฟเต็มแล้ว ให้ถอดแบตออก อย่าชาร์จทิ้งไว้ และถ้าช่วงไหนไม่จำเป็นต้องใช้กล้องนานๆ ก็ควรถอดออก จะได้ไม่โดนแดดเกินความจำเป็น


การใช้กล้องติดรถยนต์ต้องใส่ใจและละเอียดตั้งแต่เลือก จนถึงการใช้ เพราะความจำเป็นฉุกเฉินมีโอกาสบันทึกภาพแค่ครั้งเดียว พลาดแล้วไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

LEAVE A REPLY