ปัญหาเรื่องมอเตอร์สตาร์ทหมุน แต่เครื่องยนต์ไม่ติด

0
562

มอเตอร์สตาร์ท ปัญหามอเตอร์สตาร์ทหมุน แต่เครื่องยนต์ไม่ติด


ปัญหาเรื่องรถยนต์นั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้เลยสักปัญหา อย่างกรณีนี้เวลาสตาร์ทรถแล้วมอเตอร์สตาร์ทก็หมุน แต่เครื่องยนต์กลับไม่ติด หรือบางทีติดแต่เครื่องยนต์เดินไม่เรียบ ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ เพราะรถยนต์จะขับเคลื่อนไม่ได้ จนถึงขับไปก็รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย

ถ้ามองแบบตั้งสมมติฐาน สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหามอเตอร์หมุนแต่เครื่องไม่ติดนั้น อาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น น้ำมันหมด น้ำมันท่วมห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ น้ำมันขึ้นไม่ถึงคาร์บูเรเตอร์เครื่องยนต์ร้อนมากเกินไป หัวเทียนไม่มีประกายไฟหรือมีประกายไฟอ่อนมาก แต่สภาพที่เกิดก็คือมอเตอร์สตาร์ทและเครื่องยนต์หมุน แต่ไม่ยอมติด แสดงว่าแบตเตอรี่และระบบสตาร์ทปกติ แล้วจะเกิดจากอะไรกันแน่ มาดูกัน


สาเหตุของเรื่องมอเตอร์สตาร์ทแต่ไม่ติด

มอเตอร์สตาร์ท

ก่อนที่จะมาดูว่า ทำไมเครื่องยนต์ไม่ติดนั้น ลองมาดูองค์ประกอบที่ทำให้ เครื่องยนต์เดินเรียบสม่ำเสมอดีก่อน ซึ่งมีองค์ประกอบอยู่ 3 ประการ คือ

  1. แรงอัดในกระบอกสูบปกติดี
  2. ส่วนผสมของน้ำมันเชื่อเพลิงกับอากาศถูกต้องดี
  3. มีประกายไฟกระโดดที่เขี้ยวหัวเทียนแรงดี

เราทราบองค์ประกอบที่ทำให้รถสตาร์ทติดแล้ว แต่ถ้าเกิดสภาวะสตาร์ทแล้วไม่ติด ทั้งที่มอเตอร์หมุนละก็ ควรเช็คอาการและสภาพต่อไปนี้ เป็นลำดับขั้นตอนไปเพื่อหาให้พบว่า การที่สตาร์ทไม่ติดนั้นเกิดจากอะไรแน่


  1. เช็คปริมาณน้ำมันในถัง เรื่องสำคัญขนาดนี้ บางทีก็อาจเผลอลืม หรือเกิดจากเหตุรั่วหรืออื่นๆ ได้เหมือนกัน อาจเช็คด้วยการดูเกจวัดน้ำมัน หรือจะใช้ไม้หรือท่อพลาสติกขนาดที่พอจะสอดเข้าไปในถังน้ำมันได้ ลองเช็คดูว่ายังมีน้ำมันพอหรือเปล่า

  2. เช็คบริเวณขั้วต่อของสายไฟแรงสูงในส่วนที่ต่อกับคอยส์ จานจ่ายไฟ หัวเทียน ฯลฯ ถ้าพบว่าหลวมก็ขันให้มันแน่น ถ้าพบว่าเปียกก็เช็ดให้แห้ง หลังจากนั้นก็ลองสตาร์ทเครื่องดูใหม่ แต่ถ้าเครื่องยังไม่ยอมติด ก็ให้ตรวจจุดอื่นๆ ต่อไป

  3. เช็คดูความเหมาะสมของปริมาณน้ำมันในคาร์บูเรเตอร์ โดยทั่วไป เราอาจเช็คปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงในห้องลูกลอยของคาร์บูเรเตอร์ได้ง่ายๆ เพราะสามารถมองผ่านหน้าต่างกระจกที่กั้นห้องลูกลอยคาร์บูเรเตอร์ได้ หากพบว่าน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในระดับพอดี คือสูงเท่ากับระดับมาตรฐานที่หนดไว้ ก็ไม่มีปัญหาในกรณีที่ห้องลูกลอยไม่มีหน้าต่างกระจก ก็เช็คได้โดยถอดหม้อกรองอากาศออก เปิดวาล์วควบคุมอากาศเข้าคาร์บูเรเตอร์เร็วๆ พร้อมกับที่มองลงไปในคาร์บูเรเตอร์จากทางด้านบน ถ้าเห็นน้ำมันพุ่งออกมาจกนมหนู ก็แสดงว่า มีน้ำมันในคาร์บูเรเตอร์ ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงก็ปกติถ้าเช็คแล้วพบว่า ระดับน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่สูงกว่าระดับลูกลอย แสดงว่าเกิดอาการที่เรียกว่าน้ำมันท่วม (น้ำมันเข้าคาร์บูเรเตอร์มากเกินไป) กรณีน้ำมันท่วมนั้น อาจจะเช็คได้อีกวิธีคือ ดูจากการที่น้ำมันซึมขึ้นมาบนฝาของห้องลูกลอย แต่ถ้าเช็คแล้วไม่พบความผิดปกติของปริมาณน้ำมันในคาร์บูเรเตอร์ ก็ต้องสันนิษฐานต่อไปว่า การที่เครื่องยนต์ไม่ติดนั้นอาจเป็นเพราะสาเหตุจากระบบไฟ

  1. ถ้าน้ำมันท่วมแล้ว จะทำให้เครื่องติดยาก น้ำมันท่วมนี้ส่วนใหญ่เกิดเพราะวาล์วที่ควบคุมน้ำมันเข้าห้องลูกลอยมีปัญหา ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุเล็กๆ อย่างมีผงติดอยู่บริเวณวาล์ว ก็เป็นได้  วิธีแก้ไขกรณีน้ำมันท่วมก็คือ ก่อนจะสตาร์ทเครื่อง ถ้าห้องลูกลอยมีหน้าต่างก็ให้คลายเกลียวที่หน้าต่าง กรณีไม่มีหน้าต่าง ให้แก้โดยคลายจุกถ่ายน้ำมัน เมื่อน้ำมันไหลออกจากห้องลูกลอยหมดแล้ว  จากนั้นให้สตาร์ทเครื่องยนต์ โดยเหยียบคันเร่งให้จม แล้วหมุนเครื่องยนต์ติดต่อกันด้วยมอเตอร์สตาร์ท วิธีนี้จะทำให้น้ำมันที่เข้าไปในท่อไอดีและกระบอกสูบจางลงไป และเครื่องยนต์จะติดได้ จากนั้นเมื่อเครื่องยนต์เดินเร็วขึ้นแล้วจึงค่อยๆ ผ่อนคันเร่งน้ำมันให้พอดี ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องหมุนเร็วเกินไป  แต่ถ้าสตาร์ทเครื่องด้วยวิธีการข้างต้นแล้ว เครื่องยนต์ก็ยังไม่ติด และระดับน้ำมันก็ยังขึ้นสูงกว่าระดับลูกลอยละก็ ช่างสมัครเล่นอย่างเราคงเอาไม่อยู่ ต้องนำรถเข้าอู่ให้ช่างที่ชำนาญเรื่องนี้แก้ไขให้แล้วมอเตอร์สตาร์ท

  1. กรณีระดับน้ำมันในห้องลูกลอยต่ำกว่าระดับลูกลอย นั่นหมายถึง น้ำมันเข้าคาร์บูเรเตอร์น้อยเกินไปแล้ว หากพบกรณีเช่นนี้ต้องตรวจถังน้ำมัน หากน้ำมันก็มี ก็ต้องตรวจต่อไปที่ลูกถ้วยของหม้อกรองน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าส่วนนี้ก็มีน้ำมันอีกก็แสดงว่าระบบน้ำมันเชื้อเพลิงจนถึงลูกลอยไม่มีอะไรผิดปกติ อีกประเด็นที่เป็นไปได้ก็คือ ที่กรองน้ำมันเชื้อเพลิงอาจจะสกปรก หากพบเช่นนั้นก็แค่ถอดออกมาล้างทำความสะอาดก็เรียบร้อย เพราะที่กรองดังกล่าวอยู่ติดกับทางผ่านของน้ำมันที่จะเข้าไปในคาร์บูเรตอร์ ถ้าที่กรองสกปรกก็สกัดการเข้าไปของน้ำมันนั่นเอง

  2. กรณีพบว่าไม่มีน้ำมันในลูกถ้วยของหม้อกรอง อาจเกิดจากสาเหตุขัดข้องในท่อน้ำมันที่เชื่อมจากถังน้ำมันไปยังหม้อกรองน้ำมัน หรือที่ตัวปั๊มน้ำมัน เมื่อพบว่าไม่มีน้ำมันในลูกถ้วยของหม้อกรองจึงควรเช็คหัวต่อที่มีลูกศรชี้ เพื่อดูว่ามีน้ำมันรั่วหรืออากาศเข้าไปภายในหรือไม่ หากพบกรณีดังกล่าวให้ขันข้อต่อให้แน่น จากนั้นจึงลองสตาร์ทเครื่องดูอีกครั้ง ถ้าทำเช่นนี้แล้ว เครื่องก็ยังไม่ติดเหมือนเดิม ก็คงต้องถึงมือช่างอาชีพแล้วแหละ เอารถเข้าอู่ได้เลย

ปัญหารถสตาร์ทไม่ติดนั้น มีสาเหตุทั้งเล็กและใหญ่ ผู้ใช้รถอาจแก้ไขได้เองในบางเรื่อง ซึ่งควรหาความรู้ไว้บ้างจะได้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นหากพบปัญหา แต่ก็ไม่ควรดันทุรังทำเองไปเสียทั้งหมด อะไรที่เกินความสามารถก็ควรพึ่งพาช่างที่ชำนาญการ

LEAVE A REPLY