การใช้งานและดูแล เกียร์ออโต้ ให้ใช้งานได้คุ้มค่า

0
653
การใช้งานเกียร์ออโต้

การใช้งานเกียร์ออโต้ และ ดูแลให้ใช้งานได้คุ้มค่า


แม้ว่าเกียร์รถรูปแบบเดิมจะเป็นระบบที่ทนทานต่อการใช้งานก็จริง แต่ในปัจจุบันเกียร์ระบบอัตโนมัติหรือเกียร์ออโต้ในรถยนต์กลับเป็นที่นิยมมากกว่า ด้วยเป็นระบบที่ใช้งานง่ายกว่า ทำให้หัดขับรถได้ง่ายกว่าด้วย แต่ในข้อดีของเกียร์ออโต้ซึ่งมีระบบส่งกำลังแบบ torque Converter หรือคลัตช์ไฟฟ้าแม้แต่แบบ CVT จะเป็นคุณสมบัติที่ดีขึ้นกว่าระบบเดิมๆ แต่ข้อด้อยก็คือ เสื่อมง่ายกว่า คือมีอายุการใช้งานน้อยกว่าปกติ ยิ่งถ้าเจอการใช้งานที่ไม่ถูกต้องด้วยแล้ว ยิ่งเสื่อมเร็วขึ้น ทำให้เจ้าของรถต้องเสียค่าซ่อมที่มีราคาสูง

แม้ว่าโดยระบบของเกียร์ออโต้เองจะเสื่อมเร็วกว่าเกียร์ธรรมดา และจะเสื่อมเร็วขึ้นไปอีก หากมีการใช้และการดูแลที่ไม่ดี ดังนั้น การดูแลและใช้งานอย่างถูกต้องจึงสามารถชะลอความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ มารู้จักวิธีดูแลและการใช้งานเกียร์ออโต้ที่ถูกต้องกันดีกว่า


การใช้งานและดูแลเกียร์ออโต้ที่ถูกต้อง 

การใช้งานเกียร์ออโต้          

  1. ก่อนเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ ต้องเหยียบเบรกก่อนเสมอ ข้อนี้เป็นวิธีการใช้งานที่สำคัญ โดยเฉพาะ ช่วงที่เริ่มขับเคลื่อนหลังจากรถหยุดอยู่กับที่ การเหยียบเบรกก่อนเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์นั้น ทำให้ระบบส่งกำลังไม่เกิดการกระชาก การทำแบบนี้จะช่วยให้ระบบของเกียร์ทำงานลื่นไหล เท่ากับถนอมชุดเฟืองเกียร์รวมทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งส่งผลต่อเรื่องการสึกหรอของระบบเกียร์ ยิ่งในระบบเกียร์แบบใหม่อย่าง CVT ด้วยแล้ว ความเปราะบางด้านกลไกระบบมีธรรมชาติที่สึกหรอง่ายอยู่แล้ว  นอกจากเรื่องเบรกก่อนเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์แล้ว ยังต้องระวังในเรื่องการเร่งรอบเครื่องยนต์สูงๆเพื่อที่จะออกตัวแรงๆ ห้ามทำเช่นนี้เด็ดขาด เพราะเป็นการเร่งให้เกียร์พังเร็วขึ้น

  1. เวลารถติดไฟแดง หากดูเค้าว่าจะติดนานเป็นนาทีหรือ 2 นาทีขึ้นไป ให้เปลี่ยนเกียร์มาสู่ N อย่าค้างไว้ที่เกียร์ D แล้วเหยียบเบรกค้าง เพราะการทำเช่นนี้จะมีผลเสียมากกว่าดี ซึ่งเป็นผลเสียระยะยาวด้วย เนื่องจากหน้าที่ของชุด torque Converter คือ รับกำลังจากเครื่องยนต์ โดยมีด้านหนึ่งติดกับเครื่องยนต์ อีกด้านหนึ่งติดกับชุดเกียร์ เวลาเบรกเป็นการห้ามรถไม่ให้เคลื่อนไปข้างหน้า แต่ถ้าเรายังค้างเกียร์ไว้ที่ D ก็หมายความว่า ชุดเกียร์ยังคงทำงาน และจะมีแรงสะสมมากด้วยแรงดันน้ำมันที่หมุนวนตลอดเวลา จึงทำให้มีความร้อนมากขึ้น

  2. ขับขี่อย่างนุ่มนวล ไม่ควรคิกดาวน์บ่อยๆ เพราะจะทำให้น้ำมันเกียร์มีความร้อนสะสมมากและมีผลต่อเนื่องให้เกียร์เสื่อมสภาพเร็ว หมายเหตุ. การคิกดาวน์ เป็นการเปลี่ยนจังหวะเกียร์เพื่อให้อัตราเร่งได้มากขึ้น

  1. ให้ศึกษาการใช้งานเกียร์ออโต้ให้ดี เพื่อที่จะใช้งานได้อย่างถูกต้อง อย่ามองข้ามความปลอดภัย ภายใต้อะไรที่ง่าย ไม่ใช่จะไม่มีวิธีการเสียเลย เหมือนอย่างเกียร์ออโต้นี้ก็เหมือนกัน แม้ว่าการใช้งานจะมีขั้นตอนน้อยกว่าเกียร์กระปุกก็จริง แต่ก็ต้องศึกษา เพราะการใช้งานได้ถูกต้อง สามารถช่วยป้องกันอันตรายไม่ให้เกิดขึ้นได้ ประโยชน์อีกอย่างก็คือ การใช้งานได้ถูกต้องทำให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างราบรื่นและช่วยถนอมระบบขับเคลื่อนให้ใช้งานได้นานด้วย มาดูกันว่า รายละเอียดมีอะไรบ้าง

4.1 เกียร์ออโต้ 4 สปีด (D4) เป็นเกียร์สำหรับการขับขี่ทั่วไป ใช้ในการขับรถเดินหน้า บนถนนในเมืองทั่วๆ ไป ซึ่งมีทั้งขับช้าและขับเร็ว  ซึ่งเกียร์ จะค่อยๆ เปลี่ยนไปตามการทำงานของเครื่องยนต์ซึ่งมีความเร็วของรถเป็นตัวกำหนด มี 4 ระดับจากน้อยไปหามาก ตั้งแต่เกียร์ 1-2-3-4 ตามลำดับ

4.2 เกียร์ออโต้ 3 สปีด (D3) เป็นเกียร์ที่ใช้สำหรับเวลาที่ขับรถขึ้นหรือลงเนิน ตำแหน่งเกียร์นี้มีไว้เพื่อป้องกันการเปลี่ยนเกียร์กลับไป กลับมาระหว่างเกียร์ 3 และเกียร์ 4 บ่อยๆ เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยง แล้วยังใช้ในเวลาที่ต้องการเพิ่มกำลังเบรคให้เครื่องยนต์ด้วย

4.3 ในตำแหน่ง D4 และ D3 ถ้าเป็นเวลาที่ต้องการเร่งความเร็วเพื่อจะแซงรถอื่นอย่างทันทีทันใด ผู้ขับสามารถใช้การ KICK DOWN คือ เหยียบคันเร่งให้จม แล้วเกียร์จะเปลี่ยนแบบอัตโนมัติ ทำให้รถพุ่งไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น

4.4 เกียร์ 2 (D2) ตำแหน่งเกียร์นี้มีไว้สำหรับการขับรถลงเขาโดยเฉพาะ เพราะตำแหน่งนี้จะช่วยให้เครื่องยนต์เพิ่มกำลังเบรคได้มากขึ้น กรณีขับรถขึ้นเขานั้นเกียร์นี้จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อน นอกจากนั้นยังเหมาะสำหรับการขับไปบนถนนลื่นเวลาฝนตก หรือเจอหล่มโคลนหรือพื้นทราย ก็ช่วยได้ดี

4.5 เกียร์ 1 (D1 หรือ L) เหมาะสำหรับใช้เวลาขับรถขึ้น-ลงเขาที่สูงชันมากๆ

4.6 P เป็นตำแหน่งเกียร์ที่ใช้สำหรับจอดรถในจุดที่ไม่กีดขวางรถคันอื่นหรือจอดในบริเวณที่ลาดชัน

4.7 N เป็นเครื่องหมายของเกียร์ว่าง ใช้ในการหยุดรถชั่วคราวหรือจอดรถในตำแหน่งที่กีดขวางเส้นทางจราจร สามารถเข็นรถได้

การใช้งานเกียร์ออโต้


  1. ข้อห้ามในการใช้เกียร์ที่สำคัญคือ อย่าเข้าเกียร์ถอยหลัง R ขณะรถยังเดินหน้าอยู่ ยังไม่หยุดสนิท เพราะไม่เป็นผลดีต่อระบบเกียร์ เนื่องจากรถกำลังเดินหน้า แต่ใช้เกียร์ถอยหลัง แรงที่เกิดขึ้นจะเป็นการหมุนสวนทางกันอย่างรุนแรง ส่งผลเสียต่อชุดเฟือง สายพาน และ ลูกปืนต่างๆ อย่างร้ายแรง และทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นมีอายุการใช้งานที่สั้นลงแน่นอน

  2. ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ปีละ 2 ครั้ง หรือทุกครึ่งปีนั่นเอง ประโยชน์ก็คือ สามารถช่วยยืดอายุการทำงานของระบบเกียร์ได้  ยิ่งบ้านเรามีสภาพอากาศร้อนและการจราจรที่ติดขัด โดยเฉพาะในเมืองหลวง ลักษณะการขับรถก็คือ รถต้องวิ่งๆ หยุดๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ น้ำมันเกียร์เสื่อมคุณภาพเร็วกว่าปกติ

จะเห็นได้ว่า ระบบเกียร์ออโต้นั้น แม้ว่าดูเหมือนจะใช้งานง่าย ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องเหยียบคลัชต์ เปลี่ยนเกียร์ก็จริง แต่ถ้าใช้อย่างไม่มีความรู้ และยังดูแลไม่เป็นหรือไม่เหมาะสมแล้ว ก็จะทำให้การใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ และอายุของเกียร์สั้นลงโดยใช่เหตุ ดังนั้น แม้ใช้งานง่ายก็ยังต้องศึกษา

LEAVE A REPLY